การจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมือง



การจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมือง

 

(1) สำหรับวีดีโอที่แล้ว เราได้อธิบายถึงเหตุผล และวิธีการแจ้งการเตรียมการจัดตั้งพรรคการเมืองว่ามีขั้นตอนอย่างไรบ้าง สำหรับวีดีโอนี้เราจะมาอธิบายกันต่อถึงเรื่องการยื่นขอจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมือง ตามมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 ซึ่งมีความสำคัญมากนะคะ เพราะเป็นจุดเริ่มต้นของการที่จะได้เป็นพรรคการเมืองหรือไม่ และจะมีวิธีการหรือขั้นตอนอย่างไร ลองมาดูกันนะคะ


(2) ก่อนการยื่นคำขอจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมืองนั้น ทุกท่านทราบหรือไม่คะว่าต้องมีผู้ร่วมกันจัดตั้งพรรคการเมืองกี่คน ... ใช่ค่ะ ต้องมีผู้ร่วมกันจัดตั้งพรรคการเมืองซึ่งมีอุดมการณ์ทางการเมืองในแนวทางเดียวกันไม่น้อยกว่า 500 คนค่ะ โดยทุกคนจะต้องลงชื่อและรายละเอียดการเป็นผู้ร่วมกันจัดตั้งพรรคการเมือง ลงในบัญชีรายชื่อผู้ร่วมกันจัดตั้งพรรคการเมือง (แบบ พ.ก. 1) และเขียนประวัติลงในหนังสือแสดงเจตจำนงเป็นผู้ร่วมกันจัดตั้งพรรคการเมือง (แบบ พ.ก. 2) พร้อมทั้งติดรูปถ่ายสี ขนาด 1 นิ้ว และแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนที่ยังไม่หมดอายุ สำเนาทะเบียนบ้าน โดยเจ้าตัวรับรองความถูกต้องจริง เมื่อได้บุคคลจนครบจำนวนแล้ว ขั้นตอนต่อไปมีดังนี้ค่ะ

ขั้นตอนแรก : จัดประชุมร่วมกันโดยมีผู้ร่วมกันจัดตั้งพรรคการเมืองเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่า 250 คน และผู้ร่วมกันจัดตั้งพรรคการเมืองที่มาประชุมจะต้องลงชื่อและรายละเอียดในบัญชีรายชื่อผู้เข้าร่วมประชุมจัดตั้งพรรคการเมือง (แบบ พ.ก. 5) เมื่อการประชุมเริ่มขึ้นให้ดำเนินการดังต่อไปนี้ค่ะ

  • กำหนดชื่อ ชื่อย่อ และภาพเครื่องหมายของพรรคการเมือง (หากได้มีการแจ้งการเตรียมการจัดตั้งพรรคการเมืองไว้และยังไม่พ้นระยะเวลาที่กำหนดให้แจ้งให้ที่ประชุมทราบได้เลยค่ะ) กำหนดคำประกาศอุดมการณ์ทางการเมืองของพรรคการเมือง นโยบายของพรรคการเมือง และข้อบังคับพรรคการเมือง
  • เลือกหัวหน้าพรรคการเมือง เลขาธิการพรรคการเมือง เหรัญญิกพรรคการเมือง นายทะเบียนสมาชิกพรรคการเมือง และกรรมการบริหารอื่นของพรรคการเมือง ตามที่ข้อบังคับพรรคกำหนด

ในการประชุมดังกล่าวจะต้องมีผู้บันทึกการประชุมเป็นลายลักษณ์อักษร และมติของที่ประชุมให้เป็นไปตามเสียงข้างมากของผู้เข้าร่วมประชุม โดยผู้เข้าร่วมประชุมคนหนึ่งมี 1 เสียงในการลงคะแนนซึ่งต้องทำโดยเปิดเผย และจะทำแทนกันไม่ได้นะคะ

ขั้นตอนที่สอง : เมื่อการประชุมได้เสร็จสิ้นลง

  • ผู้ได้รับเลือกให้เป็นคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองทุกคนจะต้องลงชื่อและรายละเอียดการเป็นคณะกรรมการบริหารพรรคการเมือง ลงในบัญชีรายชื่อคณะกรรมการบริหารพรรคการเมือง (แบบ พ.ก. 3) และเขียนประวัติลงในหนังสือแสดงเจตจำนงเป็นกรรมการบริหารพรรคการเมือง (แบบ พ.ก. 4) พร้อมทั้งติดรูปถ่ายสี ขนาด 1 นิ้ว และแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนที่ยังไม่หมดอายุ สำเนาทะเบียนบ้าน โดยเจ้าตัวรับรองความถูกต้องจริง
  • ให้ผู้ที่ได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองและเหรัญญิกพรรคการเมืองร่วมกันเปิดบัญชีธนาคารพาณิชย์ และให้ผู้ที่ได้รับเลือกเป็นคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองรวบรวมเงินจากผู้ร่วมกันจัดตั้งพรรคการเมืองทุกคนคนละไม่น้อยกว่าหนึ่งพันบาทแต่ไม่เกินคนละห้าหมื่นบาท เพื่อเป็นทุนประเดิมไม่น้อยกว่าหนึ่งล้านบาทพร้อมทั้งให้ผู้ที่ได้รับเลือกเป็นเหรัญญิกพรรคการเมืองออกหลักฐานการรับทุนประเดิมของผู้ร่วมกันจัดตั้งพรรคการเมือง (แบบ พ.ก. 6) ทุกคนด้วยค่ะ

(3) การยื่นการขอจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมือง เมื่อรายการเอกสารทั้งหมดพร้อม ผู้ได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองจะเป็นผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมืองต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง ซึ่งมีเอกสารและหลักฐานประกอบด้วย

  • หนังสือคำขอจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมือง (แบบ พ.ก. 8)
  • ภาพเครื่องหมายพรรคการเมืองซึ่งเป็นภาพสี ขนาด 4 x 4 นิ้ว จำนวน 2 ภาพ
  • หนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่เป็นที่ทำการพรรคการเมือง ซึ่งอยู่ในราชอาณาจักร หลักฐานการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ (โฉนดที่ดิน สำเนาทะเบียนบ้านที่มีชื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ลงลายมือชื่อจริง สัญญาเช่า (ถ้ามี))
  • แบบบัญชีรายชื่อคณะกรรมการบริหารพรรคการเมือง (แบบ พ.ก. 3)
  • หนังสือแสดงเจตจำนงเป็นกรรมการบริหารพรรคการเมือง (แบบ พ.ก. 4) พร้อมทั้งติดรูปถ่ายสี ขนาด 1 นิ้ว และแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนที่ยังไม่หมดอายุ สำเนาทะเบียนบ้าน โดยเจ้าตัวรับรองความถูกต้องจริง
  • แบบบัญชีรายชื่อผู้ร่วมกันจัดตั้งพรรคการเมือง (แบบ พ.ก. 1) ของผู้ร่วมกันจัดตั้งพรรคการเมืองทุกคน
  • หนังสือแสดงเจตจำนงเป็นผู้ร่วมกันจัดตั้งพรรคการเมือง (แบบ พ.ก. 2) พร้อมทั้งติดรูปถ่ายสี ขนาด 1 นิ้ว และแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนที่ยังไม่หมดอายุ สำเนาทะเบียนบ้าน โดยเจ้าตัวรับรองความถูกต้องจริง
  • แบบบัญชีรายชื่อผู้เข้าร่วมประชุมจัดตั้งพรรคการเมือง (แบบ พ.ก. 5)
  • หลักฐานการรับทุนประเดิมของผู้ร่วมกันจัดตั้งพรรคการเมือง (แบบ พ.ก. 6)ทุกคน พร้อมสำเนาธนาคารพาณิชย์หรือสำเนารายงานแสดงยอดเงินคงเหลือของธนาคาร
  • ข้อบังคับพรรคการเมือง
  • บันทึกรายงานการประชุมจัดตั้งพรรคการเมือง
  • หนังสือรับแจ้งการเตรียมการจัดตั้งพรรคการเมือง (แบบ พ.ก. 7/2) ถ้ามี ซึ่งไม่เกินระยะเวลาที่กำหดนะคะ
  • แผ่น CD ที่มีข้อมูลรายชื่อ เลขบัตรประจำตัวประชาชน และที่อยู่ของผู้ร่วมกันจัดตั้งพรรคการเมืองทุกคน ภาพเครื่องหมายพรรคการเมืองที่เป็นภาพสี และข้อบังคับพรรคการเมือง
  • เอกสารที่ยื่นพร้อมหลักฐานเมื่อครบถ้วนแล้ว ก็สามารถยื่นต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองได้เลยค่ะ
  • (4) เมื่อผู้ได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองได้ยื่นคำขอจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมือง นายทะเบียนพรรคการเมืองจะตรวจสอบความครบถ้วนของเอกสาร หากครบถ้วนแล้วนายทะเบียนพรรคการเมืองจะออกหนังสือใบรับคำขอจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมือง (แบบ พ.ก. 7) ให้ผู้ได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองไว้ค่ะ
  • (5) เมื่อนายทะเบียนพรรคการเมืองได้รับเอกสารหลักฐานการจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมืองแล้ว ก็จะเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบเอกสารหลักฐานคุณสมบัติและการไม่มีลักษณะต้องห้ามของผู้ร่วมกันจัดตั้งพรรคการเมือง ว่ามีความครบถ้วนถูกต้องหรือไม่ ซึ่งในช่วงระยะเวลาตรงนี้ค่อนข้างใช้เวลานานพอสมควรนะคะ
  • หากตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องแล้ว นายทะเบียนพรรคการเมืองก็จะนำเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้งเพื่อขอความเห็นชอบให้จัดตั้งพรรคการเมืองได้ค่ะ จากนั้นนายทะเบียนพรรคการเมืองจะลงนามในประกาศราชกิจจานุเบกษารับจัดตั้งพรรคการเมือง และแจ้งให้พรรคการเมืองทราบนะคะ
  • หากตรวจสอบแล้วเห็นว่าเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน นายทะเบียนพรรคการเมืองก็จะนำเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้งเพื่อขอความเห็นชอบแจ้งให้ผู้ได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองทราบพร้อมด้วยเหตุผลเพื่อแก้ไขให้เสร็จภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือของนายทะเบียนพรรคการเมืองค่ะ แต่หากเมื่อพ้นระยะเวลาดังกล่าวไปแล้ว ไม่มีการแก้ไขหรือยังแก้ไขไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน นายทะเบียนพรรคการเมืองจะนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้งเพื่อพิจารณาและมีมติไม่รับจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมืองนั้น แล้วให้นายทะเบียนพรรคการเมืองแจ้งมติคณะกรรมการการเลือกตั้งให้ผู้ได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่คณะกรรมการการเลือกตั้งมีมติค่ะ (แต่หากผู้ได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองไม่เห็นด้วยกับมติคณะกรรมการการเลือกตั้ง ก็มีสิทธิยื่นคำร้องคัดค้านมติของคณะกรรมการการเลือกตั้งต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งมติของคณะกรรมการการเลือกตั้งนะคะ)

(6) รายละเอียดอาจจะมีมากสักหน่อยนะคะสำหรับขั้นตอนและการตรวจสอบการจัดตั้งพรรคการเมือง แต่เป็นสิ่งที่สำคัญค่ะ เพราะเป็นการเริ่มต้นก่อนการเป็นพรรคการเมืองที่ต้องทำหน้าที่ตัวแทนของประชาชน ซึ่งต้องมีความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ และเพื่อส่งเสริมให้พรรคการเมืองมีความเข้มแข็งเข้ามาบริหารประเทศให้ประเทศไทยของเราก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมีคุณภาพนะคะ นอกจากนี้ ภายใน 1 ปี นับแต่วันที่นายทะเบียนพรรคการเมืองรับจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมือง จะต้องดำเนินการหาสมาชิกพรรคการเมือง ไม่น้อยกว่า 5,000 คน และจัดให้มีสาขาพรรคการเมืองอย่างน้อยภาคละ 1 สาขา โดยสาขาพรรคการเมืองแต่ละสาขาต้องมีสมาชิกอยู่ในภูมิลำเนาที่เป็นเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบของสาขานั้นค่ะ และต้องมีสมาชิกพรรคการเมืองเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 10,000 คนภายใน 4 ปีนับแต่วันที่นายทะเบียนพรรคการเมืองรับจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมืองด้วยนะคะ


แสดงความคิดเห็น